ecotourweb.com
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
                                                เรียนรู้ ก่อนเที่ยว
                              ภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ แห่งลุ่มน้ำชี - น้ำมูล
                                           ถิ่นกำเนิดอาณาจักรเจนละ

                       

         ดินแดนอีสานแถบลุ่มน้ำชีนับแต่มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร ลงมาจนจรดแม่น้ำมูล
  ในอุบลราชธานี เต็มไปด้วยร่องรอยชุมชนโบราณเก่าแก ่ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์
  อายุกว่า 3,000 ปี  ลงมาจนถึงยุคหลัง ๆ เรียงรายมากมายอยู่ในทุกจังหวัด  บ่งบอกให้
  ทราบว่าดินแดนแถบนี้มีผู้คนอาศัยอยู่มาช้านานและอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย
         ภาพวาดแบบผาแต้มเองก็พบกระจัดกระจายหลายแห่งตามแนวเทือกเขาภูพาน 
  นับตั้งแต่จังหวัดเลย  หนองคาย  อุดรธานี  กาฬสินธุ์ สกลนคร มุกดาหาร ลงมาจนถึง
  กลุ่มภาพต่างๆ ที่โขงเจียม  และเมื่อข้ามลำน้ำมูลลงสู่เทือกเขาพนมดงรัก (ซึ่งที่จริงก็
  คือแนวต่อเชื่อมจากภูพานนั่นเอง) เราจะพบภาพเขียนก่อนประวัติศาสตร์แบบนี้  ที่
  อำเภอน้ำยืน  เช่นกัน  ภาพเขียนในที่ต่างๆ เหล่านี้มีรูปแบบวิธีเขียนคล้าย ๆ กัน  เห็น
  ได้ชัดว่าผู้คนยุคก่อนประวัติศาสตร์เหล่านี้เคลื่อนไหวไปมาหาสู่ถึงกันโดยตลอด
  กลุ่มภาพที่ปรากฎหนาแน่นกว่าแหล่งอื่นที่ผาแต้ม  แสดงขนาดของกลุ่มชนในย่านนี้
  ว่าน่าจะใหญ่โตหนาแน่นกว่าพื้นที่อื่น ๆ ในยุคเดียวกัน
         เมื่อล่วงเข้าสู่ยุคต้นประวัติศาสตร์ ที่มีการสร้างบ้านเมือง สร้างอาณาจักรกันขึ้นมา
  แล้ว เราจะพบหลักฐานทางโบราณคดีของยุคพุทธศตวรรษที่ 12 - 13  ที่เรียกว่าเจนละ
  ตอนต้น และทวาราวดี   มีอยู่ชุกชุมในพื้นที่จังหวัดยโสธรและอุบลราชธานี นับตั้งแต่
  เนินดิน ศาสนสถาน ศิลปกรรม ใบเสมาหิน จนถึงหลักศิลาจารึกภาษาสันสกฤต บ่งชี้ให้
  เห็นว่าบ้านเมืองที่เกิดขึ้นในยุคนี้เป็นของกลุ่มชนที่นับถือพุทธศาสนาเป็นพื้นปะปนกับ
  ฮินดูที่อาจเป็นศาสนาของกลุ่มชนชั้นสูงที่มีฐานะปกครอง
         ศิลาจารึกภาษาสันสกฤตที่พบบริเวณปากแม่น้ำมูล รวมทั้งที่พบในแหล่งอื่นๆ ที่บอก
  เล่าเรื่องราวของพระเจ้าจิตรเสนแห่งตระกูลเสนะ ซึ่งครองอำนาจแถบนี้เมื่อประมาณ
  พุทธศตวรรษที่ 12  ก่อนที่จะทรงแผ่อำนาจลงไปยึดครองดินแดนลุ่มทะเลสาปแม่น้ำโขง
  ตอนล่างของอาณาจักรฟูนัน (ที่อยู่ในเขมรปัจจุบัน)  และทรงสถาปณาพระองค์ขึ้นเป็น
  พระเจ้ามเหนทรวรมันแห่งอาณาจักรเจนละ  ต่อมาพระโอรสของพระองค์คือ
  พระเจ้าอิสานวรมันได้แผ่ขยายอาณาจักรรุกไล่ปราบปราม พวกฟูนันลงไปได้อย่าง
  เด็ดขาดทรงสร้างราชธานีขึ้นที่เมืองอิสานปุระหรือสมโบร์ไพรกุกในเขมรปัจจุบัน
  อาณาจักรเจนละมีความมั่นคงเข้มแข็งและค่อยๆสร้างบูรณาการทางวัฒนธรรมให้กับ
  ประชาชนหมู่เหล่าต่างๆ ในราชอาณาจักร จนกลายเป็นชนกลุ่มเดียวกันที่เรียวกว่า
  ชาวกัมพูชา ในเวลาต่อมา
         แต่เดิมนักวิชาการชาวตะวันตกเชื่อกันว่าจุดกำเนิดของอาณาจักรเจนละน่าจะอยู่
  แถววัดภู - จำปาสัก ในลาวใต้  แต่ก็ไม่พบหลักฐานทางโบราณคดีที่จะบ่งชี้ได้ว่ามีบ้าน
  เมือง ศาสนสถาน ศิลปะ สถาปัตยกรรมแบบต้นสมัยเจนละในพุทธศตวรรษที่ 12 อยู่แถว
  นี้เลย  คงพบแต่ศิลปะแบบขอมในศตวรรษที่ 16 ลงมาทั้งสิ้น ในขณะที่ลุ่มน้ำชี - ลุ่มน้ำมูล 
  กลับมีหลักฐานที่เกี่ยวกับอาณาจักรเจนละตอนต้นค่อนข้างหนาแน่น  ทำให้น่าจะพอสรุป
  ได้ว่าบรรพบรุษชาวอิสาน คือผู้ที่แผ่ขยายอาณาจักรเจนละ ที่มีรากฐานดั้งเดิมอยู่ในลุ่ม
  น้ำชี - ลุ่มน้ำมูล แถวยโสธร อุบลราชธานี  ลงไปสร้างศูนย์กลางการปกครองใหมม่ในดิน
  แดนเขมร ศูนย์กลางอำนาจใหม่โดยผู้ปกครองจากต่างถิ่นนี้เองเป็นจุดหลอมรวมให้เกิด
  การสร้างอาณาจักรและวัฒนธรรมแห่งชาวกัมพูชาขึ้นเป็นรูปเป็นร่างชัดเจน ก่อนจะเกิด
  การสร้างพระนคร (นครวัด - นครธม)  ในระยะเวลาต่อมา

  สถานที่ที่ผุ้สนใจประวัติศาสตร์ - โบราณคดีไม่ควรพลาด

  พิพิธภัณฑ์เปิดบ้านก้านเหลือง

   แสดงเรื่องราวชุมชนโบราณยุคก่อนประวัติศาสตร์ อายุกว่า 2,000 ปีขึ้นไป   ตั้งอยู่ที่วัดบ้าน
  ก้านเหลือง  ตำบลขามใหญ่  อำเภอเมือง  อุบลราชธานี    อยู่ตรงถนนอ้อมเมือง ด้านเหนือ
  ของเมืองอุบลราชธานีทางที่จะไปอำเภอตระการพืชผล

  พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ อุบลราชธานี

   แสดงประวัติการสร้างเมือง โบราณวัตถุ ศิลปะวัตถุ หัตถกรรมพื้นบ้าน ที่น่าสนใจมากมาย 
  อยู่ตรงถนนเขื่อนธานี ตัดกับถนนอุปราช อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี  
  พิพิธภัณฑ์เปิดทุกวัน เว้นวันจันทร์ - อังคารและวัดหยุดนักขัตฤกษ์

  ซากเมืองโบราณดงเมืองเตย

 คือชุมชนเก่าแก่ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ที่มีร่องรอยการ
ถลุงเหล็กมาช้านาน ชุมชนมีความต่อเนื่องมาถึงยุคต้นประวัติศาสตร์ 
พบจารึก ศิลปวัตถุสถาปัตยกรรมที่เกี่ยวพันกับกษัตริย์และอาณาจักร
เจนละตอนต้น อีกทั้งอิทธิพลความเชื่อทางศาสนาแบบฮินดู  ตั้งอยู่ใน
เขตอำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร (จากอุลราชธานีใช้เส้นทางสาย
 23 สู่ ยโสธรก่อนถึงเมืองยโสธร ราว 25 กิโลเมตร มีทางแยกซ้าย
เข้าไปราว 10กิโลเมตร) บริเวณใกล้ๆ กันมีพิพิธภัณฑ์และแหล่ง
โบราณสถานบ้านสงเปือย


  กลองมโหระทึกสำริดดอนตาล

     คือกลองมโหระทึกสำริดใหญ่ที่สุดที่พบในประเทศไทย  สร้างขึ้นเมื่อประมาณ2,000 ปีที่แล้ว 
  (ยุคต้นคริสต์กาล) ตามอิทธิพลวัฒนธรรมดองซอนในเวียดนาม  ตรงขอบหน้ากลองมีกบประดับ 
  4 มุม และตรงข้างกลองมีลวดลายที่ทำเป็นเรือส่งวิญญาน  กลองมโหระทึกเป็นตัวแทนอารย
  ธรรม  เริ่มแรกของอุษาคเนย์ ก่อนที่จะรับอารยธรรมจากอินเดียและจีน  พบมากในมณฑลกวาง
  สีและ  ยูนานของจีนในเวียดนาม ลาว และแพร่กระจายไปถึงคาบสมุทรมลายูและหมู่เกาะอินโด
  นีเซีย   ในไทยพบทั่วทุกภาคของประเทศ  การแพร่กระจายของกลองมโหระทึก บ่งบอกถึงเส้น
  ทาง  คมานาคมติดต่อถึงกันในอุษาคเนย์ตั้งแต่ครั้งโบราณทั้งทางบกและทางทะเล  กลองที่ดอน
  ตาล   อยู่บนเส้นทางคมานาคมทางบกระหว่างเวียดนามกับชุมชนอิสาน ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติ
  ศาสตร์  เมื่อ  2,000  ปีที่แล้ว เข้าชมได้ที่ วัดมัชฌิมาวาส  อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหา
E-Mail :- Info@ ecotourweb.com