ecotourweb.com
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
                                        อุบลราชธานี
                   
             

          เมืองอุบลราชธานีและวารินชำราบจริง ๆ แล้วก็เหมือนเป็นเมืองดียวกัน
   เพียงแต่มีลำน้ำมูลไหลผ่านกลางเมืองเท่านั้นเอง  ท่านที่มาเครื่องบินหรือ
   รถทัวร์/บขส. จะได้ลงเครื่องหรือลงรถที่เมืองอุบลฯ  ส่วนท่านที่มารถไฟจะ
   ได้ลงที่สถานีรถไฟอุบลราชธานี  แต่อยู่ทางฝั่งวารินชำราบอันเป็นฝั่งทิศใต้
   ของแม่น้ำมูล  ใกล้สถานีรถไฟ เป็นต้นสายรถประจำทางที่จะนำท่านข้าม
   มาฝั่งเมืองอุบลฯได้โดยสะดวก  คนอุบลฯมักจะถามแขกจากต่างถิ่นว่าเดิน
   ทางมาอุบลฯทางไหน ถ้าตอบว่ามาโดยรถไฟ เขาจะต้องแสดงความยินดีว่า
   ผู้มารถไฟจะต้องได้กลับมาอุบลฯอีกอย่างแน่นอน นั่นเป็นความเชื่อที่น่าจะ
   ลองพิสูจน์ดูก็ได้
         เมืองอุบลฯเป็นเมืองค่อนข้างใหญ่ระดับเทศบาลนคร  ใจกลางเมืองจะ
   อยู่ที่ถนนชยางกูร และทุ่งศรีเมือง  ซึ่งเป็นย่านที่เราสามารถเดินเที่ยวชม
   สถานที่สำคัญของเมืองได้หลายแห่ง นับแต่ภายในทุ่งศรีเมือง ซึ่งมีสถานที่
   สำคัญ เช่น  ศาลาหลักเมือง  อนุสาวรีย์พระปทุมวรราชสุรียวงศ์ (เจ้าคำผง)
   ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งเมืองอุบลฯ  ปฎิมากรรมสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (ติสโส อ้วน)
   พระเถระนักปราชญ์แห่งภาคอิสาน  ปฎิมากรรมพระอุบาลี คุณูปมาจารย์ 
   (สิริจันโท จันทร์) พระเถระผู้ทรงคุณวุฒิด้านคันธุระและวิปัสสนาธุระ
   อนุสาวรีย์แห่งความดี (Monument of Merit) เป็นอนุสาวรีย์ที่เชลยศึก
   ชาวต่างประเทศสมัยสงครามโลกครั้งที่สองสร้างไว้เพื่อเป็นที่ระลึกถึงความ
   เมตตาปราณีและน้ำใจของชาวเมืองอุบลฯ       ในละแวกทุ่งศรีเมืองยังมี
          พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ถนนเขื่อนธานี
         วัดทุ่งศรีเมือง ถนนหลวง ซึ่งมีหอพระไตรปิฎกกลางน้ำเป็นศิลปะผสม
   ระหว่างไทย - พม่า - ลาว 
         วัดสุปัฎนารามวรวิหาร ถนนสมเด็จ ริมแม่น้ำมูล เป็นวัดหลวงมีพระอุโบสถ
   แบบประยุกต์ศิลปะไทย - ตะวันตก และเขมร ลงตัวสวยงาม ในวัดมีทับหลัง
   แบบสมโบร์ไพรกุก ประมาณพุทธศตวรรษที่ 12 หรือเก่าแก่ที่สุดชิ้นหนึ่งใน
   ประเทศไทย ซึ่งนำมาจากโบราณสถานแถวงแก่งสะพือ หรือปากแม่น้ำมูล
   ให้ชมอีกด้วย
        รอบนอกเมืองอุบลฯ ทางด้านทิศเหนือ เป็นที่ตั้งของวัดหนองบัว ซึ่งมีพระธาตุ
   เจดีย์ศรีมหาโพธิ์ จำลองแบบมาจากเจดีย์พุทคยาเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ
        ส่วนทางฝั่งวารินชำราบ บนทางหลวงสาย 2178 ไปทางอำเภอกันทรลักษณ์
   ประมาณ 8 กิโลเมตร จะเป็นที่ตั้งของวัดหนองป่าพง ที่หลวงปู่ชา (พระโพธิญาน
   เถระ) ได้มาก่อตั้งเป็นสถานที่ปฎิบัติธรรม ในวัดมีพิพิธภัณฑ์แสดงเครื่องอัฐ
   บริขารและหุ้าขี้ผึ้งของท่าน  
        ส่วนบนทางหลวงสาย 226 จากวารินชำราบไปศรีษะเกษประมาณ 14 กิโลเมตร
   เป็นที่ตั้งของวัดป่านานาชาติ ซึ่งเป็นสาขาของวัดหนองป่าพง ที่ภิกษุ(และผู้สนใจ
   พุทธศาสนา) ชาวต่างประเทศมาปฎิบัติวิปัสสนากัมมัฎฐานกันมาก  และมีวัตร
   ปฎิบัติที่เคร่งครัดเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของชาวบ้าน  ผู้สนใจสามารถไปเข้าร่วม
   ปฎิบัติธรรมได้ทุกวัน

                                       งานประเพณีแห่เทียนพรรษา

                           

         งานประเพณีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจังหวัดอุบลราชธานี เห็นจะหนีไม่พ้นงานแห่
   เทียนพรรษา ณ บริเวณทุ่งศรีเมือง  งานนี้จัดเป็นประจำในช่วงวัดเข้าพรรษาทุก
   ปี (ในเดือนกรกฏาคม) โดยเราจะได้เห็นขบวนแห่งเทียนพรรษาที่บรรจงประดิษฐ์
   ประดอยงานหล่อแกะสลักขี้ผึ้งกันมาอย่างสุดฝีมือของแต่ละคุ้มวัด ซึ่งมีขบวนแห่
   ฟ้อนรำนำหน้าสวยงาม  ขบวนแห่ของแต่ละที่ที่ส่งมาจะต่อเนื่องเรียงรายยาว
   เหยียดไปรอบ ๆ เมืองอุบลราชธานี  
         สำหรับท่านที่สนใจเรื่องวิถึชีวิต - วัฒนธรรมชุมชนอยากจะแนะนำให้ลองไป
   เที่ยวตามคุ้มวัดต่าง ๆ  ก่อนถึงวันงานสักวันสองวัน  จะเห็นชาวบ้านร่วมแรงร่วม
   ใจกันเตรียมงาน ตกแต่งประดับประดากันอย่างขมักเขม้น 

                           

         ในคืนวันอาสาฬหบูชา ท่านอาจไปร่วมเวียนเทียนกับชาวบ้านก็ได้  หลายหมู่
   บ้านในจังหวัดอุบลราชธานีและใกล้เคียง ชาวบ้านไม่ได้เวียนเทียนเฉพาะรอบ
   พระอุโบสถเท่านั้น  หากเวียนเทียนกันรอบหมู่บ้านก่อนมุ่งหน้าสู่วัดเป็นชบวน
   ยาวเหยียด ทั้งผู้เฒ่าผู้แก่ คนหนุ่มคนสาว ต่างมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางศาสนา
   ของชุมชนโดยทั่วหน้า เป็นภาพที่มีสีสัน มีชีวิตชีวามาก
E-Mail :- Info@ ecotourweb.com